Jan 17, 2024

การป้องกัน HIV และการส่งต่อ
“ในปัจจุบันมีหลายเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับเอชไอวี”
1. ถุงยางอนามัย
ถุงยางอนามัยเป็นวิธีที่คลาสสิกและเป็นที่นิยมที่สุดในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่มีการส่งต่อเชื้อไวรัสผ่านของเหลวในร่างกาย เช่น สารคัดหลั่งในอวัยวะเพศหรือทวารหนัก โดยลดความเสี่ยงในการได้รับเอชไอวีประมาณ 70%
2. ยาเพร็พ (PrEP)
PrEP คือ การทานยาป้องกัน “ก่อน” การสัมผัสเชื้อด้วยการทานยาเป็นประจำวันละ 1 เม็ด ทั้งก่อนการมีเพศสัมพันธ์และก่อนการใช้เข็มฉีดยา ซึ่ง PrEP จะช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ HIV เข้ามาแฝงตัวในร่างกาย โดยสามารถลดความเสี่ยงจากการติดเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ได้ประมาณ 99% (แต่ต้องรับประทานตามที่กำหนด) และจากการฉีดยา 74% (แต่ต้องรับประทานตามที่กำหนดเช่นกัน)
3. เป็ป (PEP)
คือ การทานยาป้องกัน “หลัง” การสัมผัสเชื้อจากผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวี และยังรวมถึงผู้ไม่รู้สถานะแต่คาดว่าอาจมีเอชไอวี ทั้งจากการมีเพศสัมพันธ์และการใช้เข็มฉีดยา โดยยาเป็ปจะช่วยยับยั้งการกลายตัวของไวรัสเพื่อไม่ให้ไวรัสแบ่งตัวได้
เมื่อมีความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อควรเข้าพบผู้เชี่ยวชาญและรับประทานยาเป็ปให้เร็วที่สุด (หรือภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสเชื้อ) และต้องกินยาต่อเนื่องทุกวัน 28 วัน
4. ยาต้าน หรือ U=U
ในปี 2566 องค์การอนามัยโลก (WHO) สรุปบทบาทของยาต้านไวรัสในการควบคุมเอชไอวีว่า ผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีที่เข้ารับการรักษาด้วยยาต้าน (ARV) จนสามารถควบคุมปริมาณไวรัสในร่างกายในระดับที่ตรวจไม่พบ (หรือมีสถานะเป็น U=U) มี "ความเสี่ยงเป็นศูนย์" (Zero Risk) ในการแพร่เอชไอวีไปยังคู่นอนของตน หรือสามารถป้องกันเอชไอวีได้ 100% แม้จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันด้วยวิธีอื่น ๆ
5. การรู้สถานะของตนเอง
วิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่าคุณมีเอชไอวีหรือไม่ก็คือ “การตรวจ”
การทราบสถานะเอชไอวีของคุณจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีการต่างๆ เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีของคุณ
หากพบว่าคุณมีเอชไอวี คุณจะได้เข้ารับการรักษาโดยเร็ว และเข้าสู่สถานะ U=U เพื่อสุขภาพที่ดีและจะไม่แพร่เอชไอวีต่อไป
หากพบว่าไม่มีเอชไอวี คุณจะได้ตัดสินใจว่าควรป้องกันเอชไอวีด้วยวิธีไหนตามปัจจัยเสี่ยงของคุณ เช่น การทานยาเป็ป การใช้ถุงยางอนามัย เป็นต้น

บทความอื่นๆ

Jan 17, 2024

ผลสำรวจดัชนีตีตราผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีในกลุ่ม "หญิงข้ามเพศ"   …

Feb 6, 2024

ภัยเงียบ ! ที่กำลังครอบงำจิตใจ จากการถูกตีตรา   ประเทศไทยประสบ…

Jan 17, 2024

การตีตราและเลือกปฏิบัติ ส่งผลเสียทั้งต่อการใช้ชีวิตและจิตใจของผู้อยู…

Jan 16, 2024

“I am ashamed that I am HIV positive” "ฉันละอายใจที่ฉันม…

Jan 16, 2024

1. ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ2. สามารถป้องก…

Jan 17, 2024

การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี มีข้อดีอย่างไร ? แล้วจะไปตรวจที่ไหนดีล่ะ…

Aug 26, 2024

การรับมือเมื่อถูกเลือกปฏิบัต   การถูกเลือกปฏิบัติเป็นสิ่งที่สร…

Jan 17, 2024

4 ขั้นตอน ง่าย ๆ กับการใช้ถุงยางอนามัย ที่ใคร ๆ ก็ทำได้   โดยย…

Jan 17, 2024

การส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี และสิทธิการเข้าถึงบริการสุขภาพในสถานบ…

Jan 16, 2024

"สวัสดีปกป้อง" ระบบร้องเรียนและคุ้มครองการละเมิดสิทธิด้านเอดส์ เพศภาวะ แล…

Feb 6, 2024

สถานการณ์การตีตราและเลือกปฏิบัตืในประเทศไทย   จากการสำรวจพบว่า…

Jan 16, 2024

ทำไม U=U ถึงสำคัญ? คำตอบคือ U=U คือการยุติภาพจำเดิม ๆ เกี่ยว…

Aug 26, 2024

ระบาดไว ติดเชื้อง่ายกว่าเดิม !! โรคฝีดาษลิงติดต่อได้โดยตรงจากการ…

Jan 17, 2024

เริม โรคติดต่อที่ไม่ควรมองข้าม   เริม (Herpes simplex) คือ โรค…

Aug 26, 2024

ให้ STOPSTIG ช่วยไหม

Jan 16, 2024

หากคุณมีเพศสัมพันธ์กับผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวี คุณจะได้รับไวรัสเอชไอวีด้วยหร…

Jan 17, 2024

ข้อควรรู้ ? ก่อนใช้ถุงยางอนามัย ถุงยางอนามัยมีหลายประเภท หลายรูปแบบ…

Jan 16, 2024

เมื่อเข้าสู่สถานะ U=U แล้ว ไม่ใช้ถุงยางอนามัยหรือยา PrEP จะเสี่ยงไหม? …

Jan 17, 2024

โรคซิฟิลิส (Syphilis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ควรมองข้าม  &nbs…

Jan 16, 2024

เกียรติและศักดิ์ศรีเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม …